Alice in Taipei
ไดอารี่ที่รัก
หายไปนานอีกละน๊อ...คิดถุง คิดถุง
ขอบอกว่าวันนี้ไดยาวมากกก และรูปเยอะมากกกก
อ้อ...Alice คือชื่อภาษาอังกฤษที่เพื่อนร่วมงานตั้งให้ต้อมนะคะ
มาจาก Alice in wonderland
ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา...เหนื่อยมากมาย
ต้อมเพิ่งกลับมาจากไทเปตอนดึกๆ ของคืนวันพุธ
และวันพฤหัสก็ไปทำงานต่อทันที
กว่าจะเช็คเมลล์หมดก็ปาเข้าไปเป็นวันละ
เพราะเมลล์เยอะพอสมควร
ทยอยตอบไปทีละเมลล์ๆ เมลล์ไหนเค้าแค่ cc เราก็ดูผ่านๆ
ออกจากออฟฟิศตอน 2 ทุ่มกว่า
แวะส่งเอกแถวซ.ศูนย์วิจัย แล้วก็ขับรถกลับบ้าน
มาตามทางเลียบทางด่วนรามอินทราแบบเหนื่อยๆ
พอถึงแยกแถวๆ เหม๋งจ๋าย แถวบ้านต้นซุง ก็สะดุ้งโหยง
"ปึ๊ง!" น้องชิซูกะโดนรถคันข้างหลังชนตูดอย่างจัง
ต้อมก็งงๆ เบลอๆ ในใจคิดว่าตูดบุบไปทั้งแถบแน่ๆ
แต่พอลงลงมาดูก็...กันชนโป่ง สีแตกกระเทาะ เสกิร์ตเป็นรอย กรอบทะเบียนแตก
เซ็งมากๆ ตรูขับรถคันนี้มา 4 ปี ไม่เคยชนใคร และไม่เคยโดนใครชน
อิพี่นี่มาชนตรูทำไมเนี่ย?
เค้าก็ขอโทษขอโพย เรียกประกันมาเคลียร์
แถมชมว่า "มาสด้า 3 นี่แข็งแรงน่าใช้เน๊อะ" ...ซะงั้น
กว่าจะถึงบ้านเกือบเที่ยงคืน...เหนื่อย เซ็ง และซวย!
วันนี้เพิ่งเอาน้องชิซูกะไปทิ้งไว้ที่อู่พี่นุ้ย
กว่าจะได้ก็วันที่ 13 ตอนนี้ต้องใช้คุณเมย์ของพี่ต้นไปก่อน
อ่ะๆ เข้าเรื่อง Trip Taipei กันดีกว่า
ทริปนี้เป็น On business trip ค่ะ
บริษัทส่งไปเทรน GRO Basic training
ไปกันทั้งหมด 6 คน ประกอบด้วย
CTS (ต้อมกะพี่อุ๋ม), CRA (กุล) และ CRA assist (จ๋อม พี่ยี๊ น้องมิ)
วันที่ 24 ม.ค. 53
เราเดินทางออกจากสนามบินสุวรรณภูมิตั้งแต่เช้าตรู่เพราะเครื่องออก 7 โมง
ต้องตื่นตั้งแต่ตีสี่ กว่าจะแงะตัวจากที่นอนได้...ยากมากมาย
เพราะวันเสาร์ที่ 23 ไปตะลุย King Power รางน้ำ กะไอ่เอก
มันอยากได้น้ำหอม อยากได้กระเป๋า Tumi เลยเป็นกรรมของเรา
ที่ต้องแบกของไปเที่ยวไต้หวันแล้วเอากลับมาส่งให้มันที่เมืองไทย..เพื่อ?
ช็อปกันกระจุยกระจาย ตั้งแต่บ่าย 3 ยัน 3 ทุ่ม
มีพี่พนักงานมาคอยตามบริการและคอยแนะนำ 1 คนเลยทีเดียว
มันได้น้ำหอมมา 3 ขวด ได้ Tumi 1 ใบ
ได้กางเกงใน Boss 1 ตัว ส่วนเราน่ะเหรอ?
ได้เครื่องสำอางค์และครีมมาเพียบบบ
หมดกันไปคนละหมื่นกว่าบาท redeem แล้ว redeem อีก
ได้กระเป๋าเดินทาง mickey mouse ฟรีมา 1 ใบ
ขอบอกเป็นข้อมูลว่า...ของที่ซื้อจาก King Power รางน้ำ
ต้องไป pick up ที่จุด pick up ใกล้ๆ gate ก่อนขึ้นเครื่องนะคะ
ยังไงๆ ก็ต้องนำของออกไปเที่ยวด้วย
ถ้าเกิดลืมไป pick up ต้องฝากคนที่ไป fight ที่ใกล้เคียงที่สุด
ไปรับและนำออกไปนอกประเทศแทน
แต่ถ้าซื้อที่ King Power สุวรรณภูมิ สามารถฝากไว้ที่สนามบินได้
แล้วค่อยมารับตอนขากลับเข้ามาในประเทศค่ะ
ก็แล้วแต่จะเลือกว่า ถ้าจะเอาเวลาช็อปเยอะๆ มีโปรโมชั่นเยอะๆ ก็มาที่รางน้ำ
ถ้าขี้เกียจหิ้วและพอใจกับส่วนลดจากบัตรสมาชิกแค่ 10% 15% ก็ซื้อที่สนามบินค่ะ
อ่ะ...มาเข้าเรื่องต่อ... ต้อมออกจากบ้านเกือบตี 5
น้องมินั่งแท๊กซี่มารับ พอมาถึงสนามบินก็ check-in ทันที
อายุ Visa เพื่อนที่ไปด้วยกันได้ 30 วัน
แต่ต้อมได้มา 60 วัน (แต่ก็อยู่ได้แค่ 4 วันอ่ะนะ)
ไม่เข้าใจเหมือนกัน...ไม่ว่าไปประเทศไหนต้อมจะได้อายุวีซ่ามากกว่าคนอื่นเสมอ
และถ้าเป็นอย่างเมกา ต้อมถือวีซ่า 10 ปี ตอนที่ไปต้อมก็จะได้รับการ stamp
ให้อยู่ได้นานติดกันถึง 6 เดือน ทั้งๆ ที่บางคนได้ 30 วัน
งงๆ แต่ก็ดีค่ะ
เลือกเดินทางกับ TG เท่านั้น เพราะสะสม ROP ค่ะ
ต้องไปที่ Gate เวลา 6.45 น. เครื่องออกเวลา 7.25 น.
อินี่ช้าค่ะ...กว่าจะ check-in กว่าจะแลกตังค์ (ไปแลกที่ superrich ไม่ทันง่ะ T.T)
อิบ้าเคาน์เตอร์แลกเงินแลกให้ผิดอีก ตรูบอกเอา TWD ดันแลก USD มาให้
ต้องเสียเวลาไปแลกคืนอีก ทริปนี้ต้อมแลกตังค์ไปน้อยมาก
เพราะคนส่วนใหญ่ที่ไปบอกว่าไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจ
ต้อมเลยแลกไปแค่ 3000 TWD (เรท 1.21 บ. เท่ากับ 1 TWD)
แลกเงินเสร็จก็ไป immigration ...โอ้วแม่เจ้า! คนเยอะและช้ามากกก
จะ 6.45 น. ละ อินี่ยังอยู่ immigration อยู่เลย
ดีนะที่ช็อปมาก่อนแล้ว
พอเข้าไปด้านในก็มองหาเคาน์เตอร์ MAC ก่อนเลยค่ะ
ซื้อรีฟิวแป้งพัฟ MAC lightful NC20 ...ที่รางน้ำไม่มีเคาน์เตอร์ MAC ค่ะ
ต้อมใช้แต่ MAC lightful เท่านั้น เพราะทาแล้วหน้าขาว เรียบเนียนและ bright มากๆ
พอซื้อเสร็จก็จั้มอ้าวไปที่เคาน์เตอร์ pick up
ต้องเช็คของหลายรายการมากกกกก
พนักงานก็มาช่วยเช็ค เพราะขณะนั้นเป็นเวลา 7.15 น. แล้วอ่ะ T.T
กว่าจะขึ้นเครื่องได้ทำเอาหอบกันไปเลย
เดินทางจากไทยไปไต้หวัน ใช้เวลาประมาณเกือบ 4 ชม. ค่ะ
ถึงที่นู่นประมาณ 11 โมงกว่าๆ
ทริปนี้หิ้ว Ursula กับ keepall 55 เป็น carry on baggage
(ถ้าเป็น keepall 60 รู้สึกว่าจะหิ้วขึ้นเครื่องไม่ได้นะคะ...อันนี้เท่าที่ลองหาข้อมูลมานะ)
พอผ่านตม. ก็ติดต่อรถตู้เดินทางเข้าไทเปทันที
ขาไปค่ารถค่อนข้างแพง ตั้ง 1800 TWD แน่ะ
(คนที่นี่พูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้นะคะ
ขนาดตม.ยังไม่ซักอะไรเลยค่ะ)
นั่งรถประมาณ 1 ชม. ก็ถึงโรงแรม The Tango Hotel ที่เราพักกันแล้วค่ะ
เราต้อง advance ค่าโรงแรมกันไปก่อนค่ะ
จริงๆ ราคาคืนละ 7 พันกว่าเหรียญ แต่บริษัทเราที่ตั้งอยู่ที่ไทเป
เป็นคนจองให้ แล้วก็จองหลายสิบห้อง
เค้าเลยลดราคาให้เหลือ 3600 เหรียญ
ตอน check-in ต้องรูดการ์ดไป 3600 TWD*3 nights+ deposit 2000 TWD
ต้อมรูดให้น้องจ๋อมไปด้วยเพราะน้องไม่มีบัตรค่ะ
เค้าจะขอกันวงเงินเราไว้ก่อน พอตอน check out เค้าก็จะยกเลิกให้ค่ะ


ห้องพักน่าอยู่มากกกก พักห้องละคนค่ะ
พอเก็บของเสร็จก็ตะลุยเที่ยวเลย
ที่แรกที่จะไปคือ...
The National Chiang Kai Shek Memorial Hall
เราเลือกใช้ MRT ค่ะ เพราะประหยัดสุด
คนละประมาณ 25-30 เหรียญค่ะ
อนุสรณ์สถานเจียงไคเช็ค
อนุสรณ์สถานหลังคาสีฟ้าโดดเด่น ที่ปัจจุบันนี้ได้กลายเป็น
สัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของประเทศไต้หวันไปแล้ว
ภายในได้จัดแสดงรูปภาพประวัติศาสตร์ และชีวประวัติของประธานาธิบดีเจียงไคเช็ค
บุคคลผู้ที่มีบทบาทต่อการเมืองการปกครอง
ของประเทศเป็นอย่างยิ่งจากอดีตจนถึงปัจจุบัน
เวลาเปิดคือ 9.00-16.30 น.
ไม่เสียค่าเข้าชมค่ะ
เดินชมอนุสรณ์สถานอยู่ 2 ชม.
ก็นั่งรถไฟไป Shilin Night Market กัน

ต้องลงสถานี Jiantan นะคะ ไม่ใช่ลง Shilin
ในความคิดต้อม......ต้อมว่าของที่นี่ราคาไม่ต่างจากบ้านเราเลย
ช่วงตอนต้อมไปอากาศกำลังเย็นๆ แต่ไม่หนาวมาก
เสื้อผ้าพวกไหมพรมจะเยอะมาก แต่แบบก็เหมือนๆ บ้านเรา
เสื้อผ้า รองเท้าไม่มีอะไรน่าสนใจเลยค่ะ
รองเท้าคู่ละ 390 เหรียญเค้า หน้าตาเหมือน 199 บ. เราเลยอ่ะ
ส่วน Skin food และ Etude ก็มีนะคะ
ต้อมไม่ใช้ 2 ยี่ห้อนี้ แต่พี่ที่ใช้เค้าบอกว่าราคาไม่ต่างจากบ้านเราค่ะ
ราคาไม่ได้ถูกแบบเกาหลีนะจ๊ะ

คนที่นี่นิยมใช้รถสกู๊ตเตอร์ค่ะ เห็นจอดเรียงรายเป็นตับเลย
ส่วนของกินที่ขึ้นชื่อก็มีเต้าหู้เหม็น (เหม็นมาก เหม็นจนต้องเดินหนีเลยอ่ะ)
แล้วก็ไก่ทอดชิ้นเบ้อเร่อ แต่ราคา 50 เหรียญเอง
คนต่อคิวยาวมากกกก

วันแรกเราเก้ๆ กังๆ เจออะไรก็กินๆ กันก่อน
มิ้อเย็นมื้อแรกของต้อมเลยเป็นหมี่แบบนี้ค่ะ
เป็นหมี่ที่ไม่มีเนื้อสัตว์เลย มีผักกาด 2-3 ชิ้น แล้วก็ราดน้ำเต้าเจี้ยว
ไม่ค่อยอร่อยเพราะจืดมากกก มีแต่รสหวานๆ มันๆ
ต้อมกับน้องจ๋อมไปต่อคิวซื้อไก่ทอดด้วย
สนุกดีๆ แล้วก็อร่อยใช้ได้ เป็นไก่ทอดที่โรยหน้าด้วยผง pepper กับ spicy

ใส่บู๊ทเดินทั้งวัน รู้สึกเมื่อยๆ
เลยสอยรองเท้าแตะหนีบคู่ละ 170 เหรียญมาใส่ซะเลย
ต่ำขึ้นมาทันตา!
กลับจาก Shilin ด้วยสภาพที่อ่วมมากกก
ต้องนอนแช่ Jaguzzi นานค่อนชม.เลยค่ะ
พอหัวถึงหมอนหลับเป็นตายเลย
วันที่ 25 ม.ค. 53
ตื่น 7 โมงครึ่ง (เวลาไต้หวันเร็วกว่าไทย 1 ชม.)
ไม่อาบน้ำหรอก รีบแต่งตัว แล้วไปกินอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรมทันที
พอ 8.30 น. ก็เดินออกจากโรงแรมไปที่ office
ใช้เวลาเดินประมาณ 15 นาที
โชคร้ายนิดนึงวันนี้ฝนตกแต่เช้า
เลยมีสภาพเยินกันถ้วนหน้า (เซ็งอ่ะ...แต่งตัวซะสวยเลย
แถมต้องขอถุงโรงแรมมาใส่น้องเป๋า LV อีก)
เรามีเทรนตอน 9 โมง
และแล้วก็พิสูจน์ได้ว่า...คนไทยสายเสมอ หุหุ
เทรนครั้งนี้มี Karima จาก US เป็น instructor
มีเพื่อนเข้าร่วมเทรนจากหลายประเทศทั้งไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์
ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฮ่องกง เกาหลี ...โอย หลายปท.อ่ะ
ทั้งหมดประมาณ 26 คนค่ะ
อาหารกลางวันเป็น lunch box
ต้อมเลือกข้าวผัด (เป็นข้าวผัดที่จืดมากกก)
น้องจ๋อม กุล ต้อม มิ พี่อุ๋ม และพี่ยี๊
ต้อมแอบหิ้วถุงไว้คลุมน้องเป๋ากันฝนค่ะ
นี่คือความลำบากของ brandnamemania
(แอบบอก...สำหรับคนบ้าแบรนด์เนมแบบต้อม
จะบอกว่าที่นี่ไม่มีดงร้านแบรนด์เนมมือสองแบบญี่ปุ่นเน้อ
คนที่นี่ไม่ค่อยนิยมแบรนด์เนมเหมือนญี่ปุ่น เห็นคนใช้ของก๊อปเกลื่อนกลาด
เค้าบ้ากระเป๋า Naraya ของบ้านเรากันค่ะ
แล้วราคากระเป๋าใน shop แบรนด์เนม ตามห้าง
ก็ราคาพอๆ กับบ้านเรา ถึงแม้จะ refund ได้ 5% ก็ตาม)
สถานี Yongchun เป็นสถานีที่อยู่ใกล้โรงแรมที่พักมากที่สุด
ระหว่างทางเดินกลับเจอเพื่อนชาวเกาหลีก็ถ่ายรูปกันอีก
พอเข้าโรงแรมก็พักกันสักแปบ
จากนั้นก็เดินไปตึก 101 กัน
เดินกันไปเรื่อยๆ ผ่านห้างมากมายหลายห้าง
เดินๆ แล้วรู้สึกเหมือนเดินแถว Central World บ้านเรา
shop Chanel ห้าง Shin Kong Mitsukoshi
(มีแต่ Cocoon อ่ะ classic reissue ไม่มีวางโชว์เลย)
นั่งบนถังขยะสวยๆ
ถึงละ Taipei 101 Tower
ต้อมไม่ได้ขึ้นไปด้านบนนะคะ เหนื่อยและขี้เกียจขึ้น
พอมาถึงก็หาอะไรกินที่ชั้นใต้ดินแทน แล้วก็เดินสำรวจราคา
สินค้าแบรนด์เนมที่ช็อปต่างๆ ในตึก
วันที่ 26 ม.ค. 53
วันนี้ต้อม พี่อุ๋ม น้องมิ น้องจ๋อม พี่ยี๊ เทรนเป็นวันสุดท้าย
ส่วนที่เหลือยังมีเทรนอีกวันสองวัน
วันนี้ต้อมตื่นสายมาก เพราะนอนดึก
เข้าเทรนสายไป 10 นาที
ต้อมหอบหิ้วของฝากพวกกล่องกระดาษสาใส่เครื่องประดับ และแท่นไม้เสียบปากกาตั้งโต๊ะ
มาแจกเพื่อนๆ ด้วย ทุกคนชอบมาก กร๊ดกร๊าดกันใหญ่เลย
รู้สึกคิดถึงคนที่นู่นเหมือนกันเน๊อะ
เราทำงานด้วยกันตลอด แต่ก็เพิ่งเจอหน้ากัน
บางคนยังไม่ได้เจอเลย อยากเจอทีม START คนอื่นๆ อีก
ได้เจอแค่ Josey กะ Jennifer เอง
ออกจากออฟฟิศก็พากันไปเที่ยวย่าน Ximending
เป็นแหล่ง shopping คล้ายๆ สยามแสควร์บ้านเราค่ะ
ของจะเป็นของนำเข้าจากเกาหลี ญี่ปุ่น คล้ายๆ บ้านเราแหละ
ต้อมไม่เสียเงินซื้ออะไรมาเลย
ออกจาก Ximending ตอน 2 ทุ่มครึ่ง
รีบกลับมาที่โรงแรม เพราะมีนัดกินข้าวกับ Kevin ต่อ
(Kevin เป็นเพื่อนที่ทำงานที่ไต้หวัน และเคยมาออฟฟิศเมืองไทยนาน 3 อาทิตย์
เรามีโอกาสได้ไป hang out กันประมาณ 2 ครั้ง
พอต้อมไปที่นู่น ก็เลยต้องมาเทคแคร์เราคืนอ่ะนะ อิอิ)
วันที่ 27 ม.ค. 53
วันสุดท้ายที่ไทเป
ตื่นสายมาก กินอาหารเช้าไม่ทัน เลยต้มมาม่ากินบนห้อง
เก็บของไป รีวิว ICF ส่งเมลล์ให้เอกไป
พอเที่ยงก็ check out แล้วก็ฝากของไว้ที่ห้องกุล
จากนั้นก็ไปเที่ยวที่วัด Lungshan Temple
(ไม่รู้เรียก Longshan หรือ Lungshan เพราะเค้าเขียนแต่ละที่ไม่เหมือนกัน)
เดินเล่นกันสัก 2-3 ชม.
ก็ได้เวลากลับเมืองไทย
เรากลับ fight TG635 เวลา 8.10 น.
นั่งรถตู้ออกจากโรงแรมประมาณ 5 โมง
ขากลับข้างทางสวยมาก เป็นทะเล แต่เหนื่อย ไม่มีอารมณ์ถ่ายรูปนะเคอะ
มารู้ตัวอีกทีก็ถึงสนามบินละ
ต้อมซื้อชา ชุดชา ขนม เครื่องราง และ mag net
(ต้อมสะสม mag net ของประเทศที่ต้อมไปมาค่ะ และชอบแบบ 2 มิติ
ไม่ชอบแบบเป็รูปแบนๆ ค่ะ)
อันนี้เป็นเครื่องสำอางค์ที่ได้มาจาก King Power
หมดเงินไปหมื่นกว่าบาทเลย
มี 1. Oil ล้างหน้าของ Shu uemura ราคา 3700 บ
2. โฟมของ Shu uemura ราคา 11xx บ.
1,2 จัดเซ็ทรวมกัน 3900 บ.
3. Serum Lancome Primordiale Cell defense 30 ml. 2700 บ.
4. Night cream Lancome 50 ml. 3xxx บ.
3,4 จัดเซ็ทรวมกัน 4900 บ.
5. Brush on Dior 1400 บ.
6. Lip gloss Dior 825 บ.
7. MAC lightful NC 20 1400 บ.
8. Erb under arm mask 5xx บ.
9. Erb under arm toner 5xx บ.
10. Ferragamo passport case 6600 บ.
พี่ ตม.ทั้งไต้หวันและบ้านเราทำที่ใส่พาสปอร์ตต้อมเป็นรอยเล็บเต็มเลย
อยากจะร้องไห้ ให้ที่ shop Ferragamo เช็ดให้ก็ไม่หาย แงๆๆๆๆ
สาธยาย...ส่งท้ายได
- ไดต้อม 50 เมก เต็มไปเรียบร้อยละ...ทำไงดีคะ
- อยากรีวีวละเอียดกว่านี้แต่ความจำไดไม่เป็นใจอ่ะ
- มีคนถามถึงซูกัส...เจ้าอ้วนสบายดีค่ะ เดี๋ยวครั้งหน้าเอารูปมาให้ดูนะคะ ตอนนี้ขอคิดวิธีเพิ่มพื้นที่ไดก่อน ไม่อยากฝากรูปที่เวบอื่นค่ะ
- เมื่อวันเสาร์ไป Team building กับที่บริษัทมาค่ะ ปีนี้ไปเพชรบุรี (แก่งกระจาน) ไกด์คิดโปรแกรมหนักๆ เอาลูกทัวร์เดี้ยงไปเลย มีอย่างที่ไหนให้พายเรือยางเป็นชม.ๆ
- รักทุกคนนะคะ ขอแปะเม้นต์ก่อนน้า busy จริงๆ ค่ะ
รินทราย
01 ก.พ. 2010 เวลา 20:59 น.

วันหลังเจ๊อัพโหลดรูปลง Photobucket ก่อน
แล้วค่อยลากมาใส่ที่ไดสิคะ เสียเวลานิดนึงแต่ว่ามีพื้นที่อีกยาวเลยนะ
ของแนนได้พื้นที่ 10 เมกใช้ไปจิ๋วเดียวเองราวๆ 3-4 เมก อิอิ
ส่วนไดอารี่แฟชั่นอันเก่าเขียนมาเกือบ 4 ปีก็ใช้ไป 6 เมกเอง
ลองดูนะเจ้นะ
....
ไดวันนี้เพลินมั่ก อ่านเพลินเลย
ตอนแรกก็งงว่าทำไมฝากของที่สนามบินไม่ได้
ตอนนี้เข้าใจแล้ว เพราะตอนแนนซื้อแนนซื้อที่สุวรรณภูมิ
เอาฝากได้เหมือนพี่เจ้บอกเลย
....
เฟอรากาโม่หนังเป็นรอยง่ายมาก
แต่หนังเหนียวมากและใช้ไปได้อีกนานเลยล่ะเจ้
---
เจอกันงานแต่งพี่นก (ไปเปล่าๆ) จุ๊บๆๆ ^ ^ รักและคิดถึงที่สุดเสมอ
พี่คะ เที่ยวหนุกหนานมากมายเลยนะคะ
แต่ดูรูปแล้วแบบว่า เอิ่มมม. . .
ถ้าเป็นโจร ก็ขอขโมยกะเป๋าเสื้อผ้ากะกะเป๋าถือของพี่ก็พอแล้วค่ะ ^^
มันจะเซฟพื้นที่ไดได้เยอะมากถึงมากที่สุดเลยพี่
เห็นบรรยากาศแล้วอยากไปเที่ยวบ้าง
หุหุ
เพราะส่วนมากน้องจะโทรหาเอาเลยเหมือนกรณีปราด้าล่าสุดน่ะ
โทรเอาอย่างเดียวเลย ตอนนี้ปราด้านอนเอ้งเม้งอยู่ที่บ้านน่ะแหละ
PS. สองหมื่นเจ็ดพันนะเจ้ เพื่อนน้องก็ได้มาที่ราคาเท่านี้เลย
ตอนนี้เค้าอยู่กันที่เท่าไหร่แล้วอะ ไม่ได้เข้า
SBN เพื่อซื้อของอีกเลยตั้งแต่กรณีปราด้า